11 สิงหาคม 2552

คำอธิบายและวิเคราะห์ฐานะการเงิน ไตรมาส 2/52และครึ่งแรกปี52

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรวมของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2552 และครึ่งแรกของปี 2552 ภาพรวมผลการดำเนินงาน ในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") มีรายได้รวม (รายได้ ค่าเช่าค่าบริการ รายได้ธุรกิจโรงแรม และรายได้ค่าขายอาหารและเครื่องดื่ม) จำนวน 2,751.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเปิดให้บริการศูนย์การค้า 4 โครงการ คือ เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เปิดในเดือนพฤศจิกายน 2551, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช เปิดในเดือนมกราคม 2552, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ซึ่งเป็นการเข้าซื้อธุรกิจศูนย์การค้าใน เดือนเมษายน 2552 และเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เปิดในเดือนพฤษภาคม 2552 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 587.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้ที่ มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำจำนวน 46.2 ล้านบาท (หลังหักภาษี) จากกำไรจากการที่บริษัทฯ ซื้อหน่วย ลงทุนเพิ่มเติมในกองทุนรวมธุรกิจไทย 4 (บริษัทย่อย) บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 จำนวน 540.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากเปิด ให้บริการศูนย์การค้า 4 โครงการตามที่กล่าวข้างต้น เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.9% ซึ่ง เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช เต็มไตรมาสและรายได้ที่ เพิ่มเข้ามาจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี และการเปิดให้บริการเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลง 10.5% จาก ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจาก 1) อัตรากำไรของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือเป็นปกติของธุรกิจในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ 2) ดอกเบี้ยจ่ายที่ เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น และ 3) ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น เพื่อการ โฆษณาประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการศูนย์การค้าใหม่ สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2552 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,349.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7% จากครึ่งแรกของปี 2551 ซึ่งเป็นผลจาก 4 โครงการใหม่และหากไม่รวมรายการที่มิได้ เกิดขึ้นเป็นประจำดังกล่าว บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 0.6% จากครึ่งแรกของปีก่อน เนื่องจาก อัตรากำไรของศูนย์การค้าที่เปิดให้บริการใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือเป็นปกติของธุรกิจในช่วงแรก ของการเปิดให้บริการ และในครึ่งแรกของปี 2551 บริษัทฯ มีการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายสำหรับ โครงการระหว่างการพัฒนาเป็นต้นทุนสินทรัพย์ (Capitalization) ในด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทฯ มีพื้นที่ให้เช่ารวม 772,283 ตารางเมตร ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อโครงการเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี (49,354 ตาราง เมตร) และการเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี (39,503 ตารางเมตร) สำหรับอัตรา การเช่าพื้นที่(Occupancy Rate) ของศูนย์การค้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 96% และของอาคารสำนักงานอยู่ ที่ 85% ตารางที่1: สรุปข้อมูลทางการเงิน งบการเงินรวม ไตรมาส2 ไตรมาส1 ไตรมาส2 %เทียบ %เทียบ ครี่งแรก %เทียบ (ล้านบาท) 2551 2552 2552 ปีก่อน ไตรมาสก่อน 2552 ครึ่งแรกปีก่อน รายได้จากค่าเช่าค่าบริการ 2,132.0 2,598.1 2,751.8 29.1% 5.9% 5,349.9 26.7% ค่าบริการธุรกิจโรงแรมและ ค่าขายอาหารเครื่องดื่ม กำไรขั้นต้น 952.9 1,080.6 1,085.6 13.9% 0.5% 2,166.2 14.6% กำไรจากการดำเนินงาน 740.6 871.6 888.7 20.0% 2.0% 1,760.3 12.8% กำไรสุทธิ 519.3 603.2 587.0 13.0% (2.7%) 1,190.2 4.7% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.24 0.28 0.27 13.0% (2.7%) 0.55 4.7% การพัฒนาโครงการใหม่ จากการปรับตัวที่ดีขึ้นของสภาวะตลาดทุน บริษัทฯ ได้เริ่มแผนการระดมเงินทุนผ่านกองทุนรวมสิทธิ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซีพีเอ็น รีเทลโกรท ("CPNRF") และคาดว่าจะสามารถระดมทุนแล้วเสร็จได้ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 ในระหว่างนี้ บริษัทฯ ใช้กระแสเงินสดภายในกิจการและกู้ยืมเงินระยะยาว จากสถาบันการเงิน ภายหลังได้เปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลเฟส ติวัล พัทยา บีช, อาคารสำนักงานแจ้งวัฒนะ, ในเดือนเมษายน 2552 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เข้าซื้อ โครงการเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี (เดิม คือ ศูนย์การค้าเจริญศรี คอมเพล็กซ์) ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้าพื้นที่ให้เช่า 49,354 ตารางเมตร และโรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี (เดิม คือ โรงแรมเจริญ ศรี แกรนด์ รอยัล) จำนวน 255 ห้อง และในเดือนพฤษภาคม 2552 บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี สำหรับโครงการระหว่างการก่อสร้างอีก 2 โครงการ คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น และ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 นั้น การก่อสร้างดำเนินไปตามแผนงาน โดยใช้เงินทุนสนับสนุนจาก กระแสเงินสดภายในกิจการและเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ โดยบริษัทฯ ได้รับวงเงินกู้ยืม ระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์รวม 8,000 ล้านบาท และได้ออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันจำนวน 4,200 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการได้รับการจัดอันดับเครดิต A+ บริษัทฯ จึงได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเป็นอย่างดี (*โปรดดูรายละเอียด เพิ่มเติมในห้วข้อเรื่องโครงสร้างเงินทุน) การดำเนินงาน ในปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการภายใต้การบริหารงานจำนวน 14 โครงการ ประกอบด้วยศูนย์การค้า 14 โครงการ อาคารสำนักงาน 6 โครงการ อาคารที่พักอาศัย 2 โครงการ และโรงแรม 1 โครงการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทฯ บริหารพื้นที่ให้เช่ารวมทั้งหมด 905,596 ตารางเมตร (เพิ่มขึ้น 30.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและ 10.7% จากไตรมาสที่ผ่านมา) อนึ่ง พื้นที่ค้าปลีกให้เช่า ดังกล่าวข้างต้นนับรวมพื้นที่ให้เช่าในโครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และเซ็นทรัลพลาซา รัช ดา-พระราม 3 จำนวนรวม 133,313 ตารางเมตร ซึ่งผลการดำเนินงานถูกโอนไปยังกองทุน CPNRF แต่ยังอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทฯ ในฐานะของผู้บริหารสินทรัพย์ของกองทุน ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทฯ มีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 96% โดยอัตราการ เช่าพื้นที่ของโครงการใหม่ คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี อยู่ที่ 83% และ 100% ตามลำดับ ในไตรมาสนี้ อัตราค่าเช่าเฉลี่ยพื้นที่ศูนย์การค้าของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,251 บาทต่อตารางเมตรต่อ เดือน (ลดลง 1.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1.7% จากไตรมาสที่ผ่านมา) เนื่องจากศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ 2 แห่ง อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีอัตราค่าเช่าพื้นที่ที่ต่ำกว่าอัตรา ค่าเช่าเฉลี่ย ประกอบกับการให้ส่วนลดค่าเช่าพื้นที่แก่ผู้เช่าในศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ ซึ่งเป็นปกติ ธุรกิจในระยะแรกของการดำเนินงาน เพื่อให้การเปรียบเทียบเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของอัตราค่า เช่าอย่างชัดเจน หากไม่รวมอัตราค่าเช่าพื้นที่โครงการใหม่ทั้ง 4 โครงการ อัตราค่าเช่าเฉลี่ย ศูนย์การค้า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 จะอยู่ที่ 1,293 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน เติบโต 1.5% จาก ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของอาคารสำนักงาน ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2552 มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 85% ลดลงจาก 95% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2551 และเพิ่มขึ้นจาก 84% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2552 เนื่องจาก การเปิดให้บริการอาคารสำนักงาน ณ โครงการเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ (ในเดือนมีนาคม 2552) ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2552 มีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 20% (จากอัตราการเช่าพื้นที่ 8% ณ สิ้น ไตรมาสที่ 1 ปี 2552) โดยคาดว่าจะสามารถปล่อยพื้นที่ให้เช่าของโครงการดังกล่าวได้หมดภายใน ปี 2554 ตารางที่ 2: สรุปพื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่าพื้นที่ ศูนย์การค้า พื้นที่ให้เช่า อัตราการเช่าพื้นที่ (%) (ตร.ม.) ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 2/52 ลาดพร้าว 55,583 99% 97% 97% รามอินทรา 17,159 99% 99% 100% ปิ่นเกล้า 54,220 91% 97% 98% พัทยา เซ็นเตอร์ 15,225 100% 100% 99% รัชดา-พระราม3 18,192 100% 99% 99% เชียงใหม่ 76,108 99% 99% 99% บางนา 57,533 98% 98% 98% พระราม2 5,937 100% 100% 100% รัตนาธิเบศร์ 77,244 98% 98% 97% เซ็นทรัลเวิลด์ 184,592 91% 97% 97% แจ้งวัฒนะ 65,613 n/a 92% 93% พัทยา บีช เฟสติวัล 56,020 n/a 88% 89% อุดรธานี 49,354 n/a n/a 100% ชลบุรี 39,503 n/a n/a 83% รวม 772,283 95% 96% 96% อาคารสำนักงาน พื้นที่ให้เช่า อัตราการเช่าพื้นที่ (%) (ตร.ม.) ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 2/52 ลาดพร้าว 17,719 99% 97% 96% ปิ่นเกล้า เอ 22,426 94% 92% 93% ปิ่นเกล้า บี 11,334 89% 92% 87% บางนา 10,007 100% 92% 92% เซ็นทรัลเวิลด์ 82,796 94% 95% 94% แจ้งวัฒนะ 19,462 n/a 8% 20% รวม 163,744 95% 84% 85% สรุปผลการดำเนินงานทางการเงิน รายได้รวม (รายได้จากค่าเช่าและบริการ และ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทฯ มีรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ รายได้จากธุรกิจโรงแรม รายได้ ค่าอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 2,751.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งประกอบด้วย 1) รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจำนวน 2,534.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% จากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ของศูนย์การค้าโครงการใหม่ คือ เซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี และเซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี 2) รายได้จากธุรกิจโรงแรมจำนวน 36.3 ล้านบาท จากโรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการ 3) รายได้ค่าอาหารและเครี่องดื่มจำนวน 180.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1% จากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน จากการเปิดให้บริการศูนย์อาหารใหม่ที่โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี และเซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ รายได้จากธุรกิจ โรงแรม รายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 22.9% เป็นผลจากการรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก โครงการเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี (เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนเมษายน 2552) และเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี (เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552) ต้นทุนรวม ต้นทุนรวม ได้แก่ ต้นทุนจากการให้เช่าพื้นที่และการให้บริการ ต้นทุนธุรกิจโรงแรม ต้นทุนอาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงค่าสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ให้เช่า ค่าใช้จ่ายพนักงานผู้ปฎิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้เช่าและให้บริการพื้นที่โครงการ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาสินทรัพย์ให้เช่า และ ภาษีโรงเรือน สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทฯ มีต้นทุนรวมเท่ากับ 1,666.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.3% จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน เป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของโครงการใหม่ทั้ง 4 โครงการที่ได้กล่าวแล้ว ข้างต้น และมีค่าเช่าช่วงที่ดินและอาคารที่เพิ่มขึ้นภายหลังการต่อสัญญาเช่าช่วงโครงการเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว โดยเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 9.8% จากค่าเสื่อม ราคาและค่าตัดจำหน่ายของโครงการที่เปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 จำนวน 2 โครงการ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ได้แก่ ค่าใช้จ่ายของพนักงานส่วนกลางและผู้บริหาร ค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ค่าเครื่องใช้สำนักงาน ค่าธรรมเนียมและค่าที่ปรึกษาต่างๆ และค่าเสื่อมราคาและค่า ตัดจำหน่ายสำหรับอุปกรณ์สำนักงาน สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2552 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเท่ากับ 453.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 10.4% จากไตรมาสที่ผ่านมา เป็นผลมาจาก ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการโครงการศูนย์การค้าใหม่ทั้ง 4 โครงการ ประกอบ กับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการใหม่ที่เปิดให้บริการ กำไรสุทธิ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2552 เท่ากับ 587.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อ เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2.7% จากไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้ จากรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำจำนวน 46.2 ล้านบาท (หลังหักภาษี) จากการที่บริษัทฯ ซื้อ หน่วยลงทุนเพิ่มเติมในกองทุนรวมธุรกิจไทย 4 (บริษัทย่อย) บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 จำนวน 540.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก 4 โครงการใหม่ตามที่กล่าวข้างต้น เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา หากไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำดังกล่าว บริษัทฯ มี กำไรสุทธิลดลง 10.5% เนื่องจาก 1) อัตรากำไรของโครงการที่เปิดให้บริการใหม่ - เซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี ยังอยู่ในระดับต่ำ, 2) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำมา สนับสนุนการขยายตัวทางธุรกิจ และ 3) ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อใช้ในการ สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการที่เปิดให้บริการใหม่ ตารางที่ 3 : อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร ไตรมาส 2 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 2551 2552 2552 อัตรากำไรขั้นต้น (%) 41.9% 39.2% 36.5% อัตรากำไรจากการดำเนินงาน(%) 26.8% 24.3% 22.3% อัตรากำไรสุทธิ (%) 21.7% 20.9% 19.0% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (%) 15.3% 16.3% 15.6% ฐานะทางการเงิน สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 49,218.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,434.3 ล้านบาท หรือ 12.4% จาก ณ สิ้นปี 2551 เนื่องจาก 1) การเข้าซื้อโครงการศูนย์การค้าเจริญศรี คอมเพล็กซ์ และโรงแรมเจริญศรี แกรนด์ รอยัล, 2) การรับรู้มูลค่าอาคารและอุปกรณ์ของโครงการ ใหม่ และ 3) การรับรู้มูลค่างานก่อสร้างเพิ่มเติมของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หนี้สินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทฯ มีหนี้สินรวมเท่ากับ 34,187.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,577.1 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้น 19.5% จาก ณ สิ้นปี 2551 เนื่องจาก 1) การออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันจำนวน 4,200 ล้านบาท, 2) เจ้าหนี้สิทธิการเช่า (up-front fee) สำหรับโครงการเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว จำนวน 1,611.9 ล้านบาท และ 3) ตั๋วอาวัลเพื่อจ่ายชำระการเข้าซื้อโครงการศูนย์การค้า เจริญศรี คอมเพล็กซ์ และโรงแรมเจริญศรี แกรนด์ รอยัล และการซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติมในกองทุน รวมธุรกิจไทย 4 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 15,030.6 ล้านบาท โดยมีกำไร สะสมรวม 10,560.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 471.2 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2551 โดยเป็นผลมาจากกำไร สุทธิของครึ่งแรกของปี 2552 และการจ่ายชำระเงินปันผลจำนวน 719.0 ล้านบาท (0.33 บาทต่อ หุ้น) ตารางที่ 4: สรุปฐานะทางการเงิน งบดุล ปี ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 % เทียบ (ล้านบาท) 2551 2552 2552 ปี 2551 สินทรัพย์รวม 43,783.8 46,360.7 49,218.1 12.4% หนี้สินรวม 28,610.5 30,586.7 34,187.6 19.5% หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ 16,445.1 16,160.0 19,311.1 17.4% ส่วนของผู้ถือหุ้น 15,173.3 15,774.0 15,030.6 (0.9%) กำไรสะสม 10,307.2 10,910.4 10,778.4 4.6% โครงสร้างทางการเงิน ในครึ่งแรกของปี 2552 บริษัทฯ มีการจ่ายชำระคืนเงินกู้จำนวน 4,704.0 ล้านบาท และมีการกู้ยืม เงินจำนวน 7,570.0 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 1) หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันจำนวน 4,200 ล้านบาท อายุ 4 และ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.50%- 4.75% ต่อปี, 2) เงินกู้ยืมระยะยาวอายุ 7 ปี จำนวนรวม 1,650 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR-2% ต่อปี และ 3) เงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวนรวม 1,560 ล้าน บาท ส่งผลให้หนิ้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 19,311.1 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินที่มี ภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2552 อยู่ที่ 1.1 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.8 เท่า ณ สิ้นปี 2551 ณ 30 มิถุนายน 2552 เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ยของบริษัทฯ ประกอบด้วยเงินกู้ยืมอัตราดอกเบี้ย คงที่ในสัดส่วน 64% และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในสัดส่วน 36% โดยมีอัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยถ่วง น้ำหนักอยู่ที่ 4.5% ต่อปี ลดลงจาก ณ สิ้นปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 5.2% ต่อปี ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีวงเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ 8,000 ล้านบาท (ระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงิน ต้น 7 ปี อัตราดอกเบี้ย MLR-2% ต่อปี) โดยนำที่ดินและสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของโครงการ ระหว่างการพัฒนาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ ณ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทฯ ได้เบิกวงเงินกู้ยืม ดังกล่าวมาใช้สนับสนุนการก่อสร้างโครงการระหว่างการพัฒนาแล้วเป็นจำนวนเงิน 4,150 ล้านบาท ตารางที่ 5: อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ อัตราส่วนทางการเงิน ไตรมาส 2 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 2551 2552 2552 อัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 0.4 0.5 0.6 อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.3 0.4 0.4 อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) 0.7 0.6 1.1 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 20.7 17.8 16.3 อัตราส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินงาน อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (%) 5.6% 5.4% 4.9% อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ถาวร (%) 6.9% 6.6% 6.3% อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.2 0.2 0.3 อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน อัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพัน /1 (เท่า)0.3 0.4 0.4 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.8 0.8 1.1 อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย/1 (เท่า) 8.0 6.7 10.2 หมายเหตุ: /1 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ไม่รวมเงินสดที่ชำระเจ้าหนี้ตั๋วอาวัลซึ่งครบกำหนด